เชค มุฮัมมัด อาลี ประดับญาติ

Blog บันทึกงานแปลและงานเขียน

นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ คุฏบะฮ์ที่ 175


อุทาหรณ์ที่ได้รับจากวจนะของพระผู้เป็นเจ้า


เป็นคุฏบะฮ์ของอิมามที่ให้คำตักเตือนกับประชาชน และกล่าวถึงความประเสริฐของกุรอาน พร้อมทั้งห้ามไม่ให้มีการทำอุตริกรรมใด ๆ ในศาสนา รวมทั้งสอนผู้คนเกี่ยวกับสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าได้สั่งสอนไว้

จงใช้ประโยชน์จากคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าที่ได้ทรงสั่งสอนผู้คนทั้งหลายเอาไว้เถิด จงตอบรับข้อตักเตือนและคำแนะนำต่าง ๆ ของพระผู้เป็นเจ้า พร้อมทั้งน้อมรับข้อชี้แนะของพระองค์เถิด เพราะพระองค์ทรงใช้เหตุผลอันชัดแจ้งปิดประตูของการแก้ตัว (ที่ไร้เหตุผล) ของพวกท่านอีกทั้งได้แสดงหลักฐานไว้ให้กับพวกท่านอย่างสมบูรณ์แล้ว พระองค์ได้ทรงสาธยายการกระทำที่พระองค์ทรงรักและสิ่งที่พระองค์ทรงรังเกียจไว้ให้กับพวกท่าน เพื่อให้พวกท่านทั้งหลายปฏิบัติตามในสิ่งที่พระองค์ทรงรักและออกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงรังเกียจ อีกทั้งจงฟังสิ่งที่ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ได้กล่าวไว้เสมอว่า :  สวรรค์จะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดและนรกจะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเอง  พึงรู้เถิดว่า ไม่มีการภักดีใดที่ถูกใช้ให้ปฏิบัตินอกเสียจากว่าธรรมชาติของมนุษย์จะไม่พอใจที่จะปฏิบัติมันและไม่มีบาปใดนอกเสียจากว่าความบาปนั้นจะสอดคล้องกับอารมณ์ใฝ่ต่ำของมนุษย์

ด้วยเหตุนี้เองความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าจะอยู่กับผู้ที่หักห้ามอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเองพร้อมทั้งขจัดความปรารถณาอันต่ำช้าของตัวเองให้หมดสิ้นไปเพราะงานที่ยากที่สุดคือการหักห้ามจิตใจที่พยศของตัวเองที่พร้อมจะมุ่งสู่การกระทำบาปอยู่เสมอ

โอ้ปวงบ่าวของอัลลอฮ์ ให้รู้ไว้เถิดว่า ผู้ศรัทธาจะไม่ยอมไว้ใจตัวเองตลอดเวลาทั้งเช้าและค่ำ จะหาข้อบกพร่องของตัวเองอีกทั้งยังค้นหาความสมบูรณ์แบบและเพิ่มพูนความดีงามของตนอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นจงเป็นดั่งเช่นบรรพบุรุษที่เคยใช้ชีวิตก่อนหน้าพวกท่านเถิด ที่พวกเขาเป็นเหมือนนักเดินทางที่แบกเสาเพิงพักแห่งชีวิตของพวกเขาขึ้นบ่าและพร้อมที่จะเดินทางอยู่ตลอดเวลา พวกเขาเตรียมพร้อมเดินทางเคียงคู่ไปกับการประกอบคุณงามความดีและปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากการยึดติดอยู่กับความสวยงามของโลกแห่งวัตถุ

พึงรับรู้ถึงความประเสริฐของอัลกุรอานเถิด กุรอานคือผู้ชี้แนะที่ไม่เคยหลอกลวง  คือผู้ชี้นำที่ไม่เคยทำให้ใครหลงทาง เป็นผู้พูดที่ไม่เคยโกหก ใครที่ผูกพันธ์อยู่กับอัลกุรอานเขาจะยืนเคียงคู่กับการเพิ่มขึ้นและลดลงเสมอ คือได้รับข้อชี้แนะเพิ่มขึ้น ส่วนความโง่และหัวใจอันมืดบอดจะลดน้อยลง พึงรู้ไว้เถิดว่า ไม่มีผู้ใดจะยากจนและหมดหนทางเมื่อเขามีกุรอานอยู่เคียงข้าง  และไม่มีผู้ใดจะร่ำรวยก่อนที่จะเขายอมรับกุรอาน  ดังนั้นจงร้องขอจากกุรอานเพื่อให้รักษาโรคร้ายของพวกท่านเถิด และจงร้องขอจากกุรอานเพื่อให้พวกท่านได้มีชัยเหนือปัญหาและความยากลำบากทั้งหลาย  เพราะในกุรอานมียารักษาโรคที่ร้ายแรงที่สุด นั่นก็คือโรคแห่งการปฏิเสธศรัทธา โรคแห่งการกลับกลอก และโรคแห่งการหลงทาง และจงร้องขอสิ่งที่พวกท่านต้องการจากอัลลอฮ์โดยผ่านกุรอานเถิด  จงมุ่งสู่อัลลอฮ์ไปพร้อมกับความรักที่มีต่อกุรอานและ จงอย่าได้ใช้กุรอานเป็นสื่อเพื่อร้องขอสิ่งใดจากผู้อื่นเลย (อีกทั้งอย่าได้นำกุรอานมาเป็นเครื่องมือเพื่อไปสู่ความฝันทางโลกเลย) เพราะไม่มีสิ่งใดที่บ่าวใช้เป็นสะพานไปสู่พระผู้เป็นเจ้าที่มีเกียรติมากกว่ากุรอานอีกแล้ว

พึงรู้เถิด กุรอานคือผู้ให้การอนุเคราะห์ที่ถูกรับประกัน   เป็นผู้พูดที่คำพูดได้รับการเชื่อถือเสมอ  ผู้ใดก็ตามที่กุรอานให้การอนุเคราะห์เขาในวันกิยามะฮ์ก็จะได้รับความปลอดภัย  ส่วนใครก็ตามที่กุรอานได้ฟ้องร้องเขาคำพูดของพยานที่ให้ร้ายเขาจะถูกตอบรับ

ในวันกิยามะฮ์จะมีเสียงประกาศก้องว่า พึงรู้เถิด วันนี้ทุกคนจะต้องได้รับการทรมานจากเมล็ดพันธ์ (แห่งความชั่ว) ที่ตัวเองปลูกเอาไว้อีกทั้งจะได้รับผลของสิ่งที่ได้กระทำไว้  ยกเว้นคนที่ปลูกเมล็ดพันธ์แห่งอัลกุรอาน ดังนั้นจงเป็นผู้หว่านเมล็ดพันธ์แห่งกุรอานและเป็นผู้ปฏิบัติตามกุรอานเถิด จงใช้กุรอานไปสู่การรู้จักพระเจ้าและให้กุรอานเป็นอุทาหรณ์ให้กับตัวเองเถิด ทุกครั้งที่ทัศนะของท่าน (ขัดแย้งกับกุรอาน) จงตำหนิตัวเองเถิด และหากความต้องการของตัวท่านเองขัดแย้งกับกุรอานก็ให้ถือว่าเป็นความต้องการที่ไม่ถูกต้อง

เชิญชวนสู่การปฏิบัติ :
จงปฏิบัติ ปฏิบัติ ปฏิบัติ  หลังจากนั้นก็ให้มุ่งมั่นสู่จุดมุ่งหมาย  จุดมุ่งหมาย จงยืนหยัด จงยืนหยัด  ต่อจากนั้นให้อดทน อดทน  จงเคร่งคัด เคร่งคัด (ในเรื่องศาสนา)
สำหรับพวกท่านมีความสำเร็จรออยู่แล้ว จงมุ่งไปสู่ความสำเร็จเถิด  และสำหรับพวกท่านมีธงนำทางที่ถูกเตรียมไว้แล้วจงใช้ธงนั้นพาตัวเองไปสู่ทางนำเถิด สำหรับศาสนาอิสลามมีเป้าหมายและความสำเร็จที่ถูกเตรียมไว้แล้ว จงมุ่งไปสู่อิสลามเถิด  และจงมุ่งสู่พระผู้เป็นเจ้าด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหน้าที่ที่ถูกมอบหมายเอาไว้ให้แก่พวกท่านเถิด ฉันจะเป็นพยานให้กับการกระทำของพวกท่าน  ในวันกิยามะฮ์ฉันจะเป็นตัวแทนพวกท่านเพื่อแสดงหลักฐาน (เกี่ยวกับการกระทำของพวกท่าน) เอง

ข้อแนะนำสำหรับผู้คนทั้งหลาย :

พีงรู้เถิดว่า สิ่งที่ถูกกำหนดไว้ก่อนหน้านั้นมันเกิดขึ้นแล้ว และความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าตั้งแต่อดีตในที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว  ฉันจะขอเป็นผู้พูดที่ยึดตามคำสัญญาและหลักฐานของพระองค์  ที่ตรัสว่า บรรดาพวกที่กล่าวว่า พระผู้อภิบาลของเราคืออัลลอฮ์ แล้วพวกเขาก็ตั้งมั่นและยืนหยัด (อยู่บนคำพูดนั้น) บรรดาทูตสวรรค์จะลงมาหาพวกเขา (และจะกล่าวว่า) อย่ากลัวและอย่าเสียใจไปเลย และจะแจ้งข่าวดีกับพวกเขาถึงสวรรค์ที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้  เมื่อพวกท่านกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของเราคืออัลลอฮ์   ดังนั้นก็จงยืนหยัดอยู่บนการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ที่มีอยู่ในคัมภีร์ของพระองค์ และให้ยืดมั่นอยู่ในหนทางที่พระองค์ทรงสั่งและหนทางแห่งการทำดีซึ่งนั่นก็คือการเคารพภักดีต่อพระองค์นั่นเอง   พวกท่านอย่าทำตัวออกห่างจากคำสอนอีกทั้งอย่าได้ทำอุตริกรรมใด ๆ ในคำสอนและอย่าได้หันเหออกจากหนทางของพระองค์เลย  เพราะคนที่ออกห่างจากคำสอนของพระองค์ในวันกิยามะฮ์จะถูกตัดขาดจากความเมตตาของพระองค์ และจงระวัง อย่าได้ทำลายมารยาทอันงดงามและอย่าได้แปรเปลี่ยนมารยาทอันงดงามให้กลายเป็นความเคยชินที่เลวร้าย

จงยืนหยัดบนคำพูดที่สัจจริงเถิด  บุรุษต้องระวังลิ้นของตัวเอง เพราะลิ้นที่พยศจะทำให้เจ้าของได้รับอันตรายได้ ขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้า ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า บ่าวคนหนึ่งที่ไม่ระวังคำพูดของตัวเองจะมีความยำเกรงที่ให้ประโยชน์

ลิ้นของผู้ศรัทธาจะอยู่เบื้องหลังหัวใจ ส่วนหัวใจและสติของคนหน้าไหว้หลังหลอกจะอยู่หลังลิ้น หมายถึงทุกครั้งที่ผู้ศรัทธาต้องการจะพูดสิ่งใดจะคิดใคร่ครวญเสียก่อน ถ้าเป็นสิ่งดี ก็จะเปิดเผยคำพูดนั้นออกมา แต่ถ้ามันเป็นสิ่งไม่ดีและน่ารังเกียจจะปกปิดมันเอาไว้  ส่วนคนหน้าไหว้หลังหลอกคิดอะไรได้ก็จะพูดออกมา โดยที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดใคร่ครวญเลยว่าสิ่งใดมีประโยชน์หรือสิ่งใดให้โทษกับตัวเอง ท่านศาสนทูต (ศ็อล ฯ) กล่าวว่า : อีหม่านของบ่าวคนหนึ่งจะไม่สมบูรณ์และมั่นคงจนกว่าหัวใจของเขาจะมั่นคง และหัวใจของเขาจะไม่มั่นคงจนกว่าคำพูดของเขาจะมั่นคง

ใครก็ตามในหมู่พวกท่านที่มีความสามารถจะทำให้ตัวเองพบกับพระผู้เป็นเจ้าด้วยมืออันบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ทำลายเลือดเนื้อและทรัพย์สินของมุสลิมอีกทั้งไม่ใช้ลิ้นทำลายเกียรติยศของผู้ใด ก็จงทำเถิด

ห้ามการทำอุตริกรรม  :

โอ้ปวงบ่าวของอัลลอฮ์ พึงรู้เถิดว่า ผู้ศรัทธาคือคนที่ยึดเอาสิ่งที่ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) เคยถือเป็นฮะลาลตั้งแต่แรก ให้เป็นที่อนุมัติสำหรับเขาจนถึงปัจจุบันและยึดเอาสิ่งที่เป็นฮะรอมตั้งแต่เริ่มต้นเป็นสิ่งฮะรอมจนถึงปัจจุบัน ส่วนสิ่งที่ประชาชนทำอุตริขึ้นนั้นเป็นฮะรอมสำหรับท่าน จะไม่มีวันเป็นสิ่งฮะลาลได้แม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งก็ตาม ส่วนฮะลาลก็คือ สิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าอนุญาติให้กระทำได้ และฮะรอมก็คือ สิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าได้ห้ามไว้  ในกิจการและเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่านได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์มาแล้ว และท่านได้รับบทเรียนและอุทาหรณ์สอนใจจากสภาพการณ์ต่าง ๆ ของชนรุ่นก่อนแล้ว พวกเขาได้แสดงตัวอย่างให้ท่านเห็นและพวกท่านถูกเรียกร้องไปสู่สิ่งที่เป็นเรื่องที่ชัดเจนที่สุด ดังนั้นสิ่งที่เสียงของมันดังก้องกังวาลไปทั่วนอกจากคนหูหนวกเท่านั้นที่จะไม่ได้ยินเสียง และเป็นเรื่องชัดเจนและชัดแจ้งที่นอกจากคนที่ตาบอดเท่านั้นที่จะมองไม่เห็น ผู้ที่บททดสอบและประสบการณ์ต่าง ๆ ที่อัลลอฮ์มอบให้ไม่เป็นประโยชน์สำหรับเขา ก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากคำสอนต่าง ๆ เลย เขาจะเป็นผู้ไม่มีวิสัยทัศน์และผู้ไร้ความคิด จนทำให้เห็นร้ายเป็นดี และเห็นดีเป็นร้าย  ประชาชนมีอยู่สองกลุ่มเท่านั้น  กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติตามหลักคำสอนและหลักการศาสนา อีกกลุ่มเป็นผู้สร้างอุตริกรรมที่ไม่มีหลักฐานใดจากอัลลอฮ์และแบบฉบับใดของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) อีกทั้งเหตุผลใด ๆ มายืนยันเลย  กุรอาน คัมภีร์แห่งอัลลอฮ์  อัลลอฮ์ไม่ได้สั่งสอนผู้ใดนอกเหนือจากสิ่งที่ถูกกล่าวไว้ในกุรอานเลย เพราะกุรอานคือสายเชือกของพระเจ้า เป็นสิ่งที่จะสร้างความปลอดภัย  ในกุรอานมีสิ่งที่จะสร้างความชุ่มชื่นให้กับหัวใจ มีสายน้ำแห่งวิทยาการ ไม่มีสิ่งใดจะสร้างแสงสว่างให้กับหัวใจยกเว้นกุรอาน โดยเฉพาะในสังคมที่ผู้ที่มีหัวใจตื่นทั้งหลายและเหลือแต่ผู้ที่หลงลืมและคนแกล้งลืม  ที่ไหนมีการทำดีก็จงช่วยเหลือเถิด และที่ใดที่ท่านเห็นความเลวร้ายก็จงออกห่างเถิด เพราะท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ได้กล่าวไว้ว่า :โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงทำความดีและหลีกเลี่ยงการทำชั่ว ถ้าพวกท่านได้เช่นนี้ท่านก็จะอยู่ในสายทางแห่งความเที่ยงตรง (หนทางแห่งการได้เข้าใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้า)

พึงรับรู้ถึงความอธรรมเถิด  ความอธรรมมีสามแบบ  ความอธรรมที่ไม่มีวันได้รับการอภัยโทษเป็นอันขาด  ความอธรรมที่มีบทลงโทษแน่นอนและความอธรรมที่ถูกยกเว้นและไม่ถูกสอบสวน   ส่วนอธรรมที่ไม่มีวันได้รับการอภัยโทษคือการตั้งภาคีต่อพระผู้เป็นเจ้า   อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า อัลลอฮ์ไม่มีวันให้อภัยผู้ที่ตั้งภาคีเป็นอันขาด  ส่วนความอธรรมที่ได้รับการยกเว้นคือความอธรรมที่เกิดจากการที่บ่าวคนหนึ่งทำบาปกับตัวเขาเอง ส่วนความอธรรมที่มีบทลงโทษแน่นอน คือการที่ผู้หนึ่งกดขี่ผู้อื่น บทลงโทษที่นั้นร้ายแรงมาก ไม่ใช่ (บทลงโทษ) ของการทำให้ผู้อื่นได้รับบาดแผลด้วยมีดหรือการตบหน้าธรรมดา แต่เป็นการลงโทษที่ทำให้สิ่งที่กล่าวมานี้ทั้งหมดดูเล็กน้อยไปเลย  อย่าได้เป็นแปรเปลี่ยนในศาสนาของอัลลอฮ์ เพราะความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสิ่งที่เป็นสัจธรรมที่พวกท่านรังเกียจดีกว่าความแตกแยกในเรื่องที่เป็นโมฆะที่พวกท่านชื่นชอบ เพราะอัลลอฮ์ไม่เคยประทาน (โปรดปราน)ใดเพราะความแตกแยกให้กับผู้คนทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ความจำเป็นในการเชื่อฟังพระเจ้า :

โอ้ประชาชนทั้งหลาย ขอแสดงความยินดีกับคนที่คอยหาจุดบกพร่องของตัวเอง จนทำให้ไม่ได้ไปสนใจกับความบกพร่องของคนอื่น และขอแสดงความยินดีกับคนที่คอยดูแลครอบครัวตัวเอง ใช้สอยสิ่งที่ตัวเองหามาได้ ปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้าตลอดเวลา ตำหนิการทำความผิดของตัวเอง สาละวนอยู่กับการฝึกฝนตนเองตลอดเวลา และเป็นผู้ที่คนทั่วไปปลอดภัยจาก (ความชั่วร้าย) ของเขา .

Filed under: นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์, ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: