เชค มุฮัมมัด อาลี ประดับญาติ

Blog บันทึกงานแปลและงานเขียน

เรื่องเล่าในกุรอาน บทที่ 5

263913_2207897075308_1183874512_32677567_5708572_n

บทที่ 5

เป้าหมายของกุรอานในการเล่าเรื่อง (1)

ในเรื่องเล่ากุรอาน เรื่องราวของชนรุ่นก่อนถูกนำเสนอได้อย่างน่าสนใจและติดตาม อีกทั้งตัวละครก็ถูกฉายภาพให้เห็นอย่างชัดเจน แต่สิ่งสำคัญที่กุรอานคำนึงถึงอยู่เสมอในการเล่าเรื่องคือเป้าหมายที่ต้องการสื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้ กุรอานจะไม่เล่าเรื่องเพียงเพื่อสร้างความสนุกสนานแบบไร้สาระเท่านั้น ถึงแม้กุรอานจะนำนำองค์ประกอบมาใช้ในการเล่าเรื่องเพื่อสร้างอรรถรสในเรื่องราวต่าง ๆ ก็จริงแต่ก็จะไม่ทำให้เป้าหมายถูกกลืนไปในความน่าติดตามเหล่านั้นเลย

ทุกครั้งที่อ่านเรื่องเล่าในกุรอานผู้อ่านจะได้รับรู้เรื่องราวของบรรดาศาสนทูตพร้อมกันนั้นก็ยังได้เข้าถึงหลักความเชื่อที่ศาสนทูตทั้งหมดมีเหมือนกันอีกด้วย  นอกจากผู้อ่านจะได้รับรู้และรู้สึกดีใจหรือเสียใจไปกับชัยชนะและความพ่ายแพ้ของกลุ่มชนรุ่นก่อนก็ยังได้รู้ถึงเบื้องหลังและสาเหตุแห่งชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของผู้คนอีกด้วยเช่นกัน

เป้าหมายที่กุรอานต้องการนำเสนอกับผุ้อ่านในการเล่าเรื่องมีดังต่อไปนี้

1.ให้อุทธาหรณ์สอนใจ

กุรอานสาธยายเรื่องราวของบรรพชนรุ่นก่อนในแบบที่ว่า ผู้อ่านต้องติดตามเรื่องราวแบบก้าวต่อก้าวจนเหมือนกับว่าตัวเองอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้นเสียเอง อีกทั้งยังทำให้ผู้อ่านได้รู้สึกว่ากำลังโลดแล่นอยู่ในกลุ่มชนเหล่านั้นโดยไม่รู้สึกว่าอยู่คนละช่วงสมัยกันอีกทั้งเก็บเกี่ยวความรู้สึกเหล่านั้นมาเป็นอุทธาหรณ์สอนใจตัวเองทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เป้าหมายหนึ่งในเรื่องเล่าทั้งหมดของกุรอานเคือเรียกร้องให้ผู้คนนำเอาชีวิตของชนรุ่นก่อนมาเป็นคติสอนใจ โดยกุรอานกล่าวไว้ในโองการที่ 111 ซูเราะฮ์ยูซุฟว่า

لَقَدْ كَانَ فِي قَصَصِهِمْ عِبْرَةٌ لِأُولِي الْأَلْبَابِ

“แท้จริงเรื่องเล่าของพวกเขา (นบียูซุฟ) มีอุทธาหรณ์สอนใจสำหรับผู้มีปัญญา”

 

 

ความหมายของคำว่า อุทธาหรณ์ (عِبْرَةٌ)

คำว่า (عِبْرَةٌ) มีรากศัพย์มาจากคำว่า (عِبر) หมายถึงการเดินผ่านไปในแก่นแท้ของสิ่ง ๆ หนึ่ง และยังหมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่งอีกด้วย จากตรงนี้คำว่า (عِبْرَةٌ) หมายถึงสภาพการรับรู้ที่เปลี่ยนแปลงจากการรับรู้เพียงผิวเผินที่ได้รับจากการฟังเรื่องราวต่าง ๆ ไปสู่การรับรู้ถึงแก่นแท้ของสรรพสิ่ง

ความสำคัญของอุธาหรณ์สอนใจในเรื่องเล่ากุรอาน

คติสอนใจเป็นเป้าหมายสำคัญในการเล่าเรื่องทั้งหมดของกุรอาน ด้วยเหตุนี้เองเราจะเห็นว่าในเรื่องเล่าของกุรอาน จะเน้นให้ผู้ฟังรับรู้ถึงบั้นปลายสุดท้ายของการเผชิญหน้ากันระหว่างตัวละครที่อยู่ในฝายสัจธรรมกับฝ่ายอธรรมมากกว่าจะไปเน้นอธิบายเหตุการที่เกิดขึ้นแบบละเอียด

อย่างเช่นในซูเราะฮ์ นาซิอาต หลังจากที่เล่าเรื่องของนบีมูซาแล้วกุรอานชี้ให้เห็นถึงบั้นปลายของฟิรอูนด้วยว่า

فَأَخَذَهُ اللَّهُ نَکالَ الْآخِرَةِ وَ الْأُولي ‏/ إِنَّ في‏ ذلِکَ لَعِبْرَةً لِمَنْ يَخْشي‏

“ดังนั้นอัลลอฮฺจึงคร่าเขาเป็นการลงโทษที่เป็นแบบอย่างทั้งในปรโลกและในโลกนี้ / แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้ยำเกรงของอัลลอฮ์”

ตัวอย่างในทำนองเดียวกันนี้ในเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับสงคราม บะดัร ที่กุรอานไม่ได้กล่าวถึงจำนวนผู้ถูกสังหาร ไม่ได้กล่าวถึงทรัพย์สินสงครามที่รวบรวมได้ แต่เน้นมากล่าวถึงรูปแบบการช่วยเหลือของอัลลอฮ์ต่อบรรดาผู้ศรัทธา เพื่อให้เป็นอุธาหรณ์สอนใจสำหรับคนที่มุ่งมั่นค้นคว้ากุรอานอย่างละเอียด โดยเรื่องนี้กล่าวไว้ในซูเราะฮ์ อาลิ อิมรอนว่า

قَدْ کانَ لَکُمْ آيَةٌ في‏ فِئَتَيْنِ الْتَقَتا فِئَةٌ تُقاتِلُ في‏ سَبيلِ اللَّهِ وَ أُخْري‏ کافِرَةٌ يَرَوْنَهُمْ مِثْلَيْهِمْ رَأْيَ الْعَيْنِ وَ اللَّهُ يُؤَيِّدُ بِنَصْرِهِ مَنْ يَشاءُ إِنَّ في‏ ذلِکَ لَعِبْرَةً لِأُولِي الْأَبْصارِ

“แน่นอนการเผชิญหน้ากันระหว่างคนสองกลุ่ม (ผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธา) มีคติและอุธาหรณ์สอนใจสำหรับพวกท่าน กลุ่มหนึ่งต่อสู้ในหนทางพระเจ้า ส่วนอีกกลุ่มเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาที่มองเห็นด้วยตาว่ากลุ่มผู้ศรัทธามีจำนวนมากกว่า  ใครก็ตาม…..”

โดยส่วนมากในเรื่องเล่ากุรอานจะไม่กล่าวถึงชื่อ กลุ่มชนหรือเผ่าพันธ์แต่จะกล่าวถึงพฤติกรรมของกลุ่มชนเหรือเผ่าพันธ์เหล่านั้นมากกว่า อย่างเช่นในเรื่องราวที่กล่าวเกี่ยวกับแผนการณ์ร้ายของพวกยิวที่มาจากเผ่า บนีนะฎีร และการถูกเนรเทศของพวกเขาออกจากมะดีนะฮ์ที่กล่าวไว้ในซูเราะฮ์ ฮัชร์ว่า

هُوَ الَّذي أَخْرَجَ الَّذينَ کَفَرُوا مِنْ أَهْلِ الْکِتابِ مِنْ دِيارِهِمْ لِأَوَّلِ الْحَشْرِ ما ظَنَنْتُمْ أَنْ يَخْرُجُوا وَ ظَنُّوا أَنَّهُمْ مانِعَتُهُمْ حُصُونُهُمْ مِنَ اللَّهِ فَأَتاهُمُ اللَّهُ مِنْ حَيْثُ لَمْ يَحْتَسِبُوا وَ قَذَفَ في‏ قُلُوبِهِمُ الرُّعْبَ يُخْرِبُونَ بُيُوتَهُمْ بِأَيْديهِمْ وَ أَيْدِي الْمُؤْمِنينَ فَاعْتَبِرُوا يا أُولِي الْأَبْصارِ

“พระองค์เป็นผู้ทรงให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในหมู่พวกอะฮฺลุลกิตาบออกจากบ้านเรือนของพวกเขา เป็นครั้งแรกของการถูกไล่ออกเป็นกลุ่มๆ พวกเจ้ามิได้คาดคิดกันเลยว่าพวกเขาจะออกไป (ในสภาพเช่นนั้น) และพวกเขาคิดว่าแท้จริงป้อมปราการของพวกเขานั้นจะป้องกันพวกเขาให้รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮฺได้แต่การลงโทษของอัลลอฮฺได้มีมายังพวกเขาโดยมิได้คาดคิดมาก่อนเลย และพระองค์ทรงทำให้ความหวาดกลัวเกิดขึ้นในจิตใจของพวกเขา โดยพวกเขาได้ทำลายบ้านเรือนของพวกเขาด้วยน้ำมือของพวกเขาเอง และด้วยน้ำมือของบรรดามุอฺมิน จงยึดถือเป็นบทเรียนเถิด โอ้ผู้มีสติปัญญาทั้งหลายเอ๋ย”

2.ให้รูปแบบปฏิบัติโดยผ่านคุณลักษณะของตัวละคร

การให้ความรู้และอบรมบ่มเพาะมนุษย์ให้ไปสู่การเป็นมนุษย์ผู้สมบูรณ์บนพื้นฐานการมีจรรยามารยาทที่งดงามและน่าสรรเสริญเป็นเป้าหมายหนึ่งในการเล่าเรื่องของกุรอาน เป้าหมายนี้กุรอานสื่อให้รู้โดยใช้การให้เห็นพฤติกรรมของคนดีและบั้นปลายชีวิตอันผาสุกของพวกเขาอีกทั้งยังให้เห็นถึงพฤติกรรมและบั้นปลายของเหล่าคนชั่วทั้งหลายด้วย  เพราะการทำความรู้จักบรรพชนคนดีจะทำให้ผู้ฟังมีแรงบันดาลใจในการประกอบคุณงามความดีเพิ่มมากขึ้น และการได้รับรู้เรื่องราวของคนชั่วจะสร้างแนวคิดให้กับผู้ฟังไม่ให้ยึดกับความสุขอันฉาบฉวยไม่จีรังยั่งยืนและบั้นปลายชีวิตของเหล่าทรชนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้ผู้ฟังออกห่างจากหนทางเดินอันผิดพลาดของเหล่าฟิรอูน กอรูน อีกด้วย

เรื่องราวของ ฮาบิลและกอบิลเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ฉายภาพของความน่าเกลียดของการอิจฉาริษยาและการฆ่าผู้บริสุทธิ์อีกทั้งยังฉายภาพความสวยงามของการมีตักวา ความมีน้ำใจและการให้อภัยได้อย่างชัดเจนที่สุด โดยมีเป้าหมายให้เป็นแบบปฏิบัติสำหรับมนุษย์ทั้งหลายโดยเรื่องราวนี้ถูกกล่าวไว้ในโองการที่ 27-28 ซูเราะฮ์ มาอิดะฮ์ว่า

وَ اتْلُ عَلَيْهِمْ نَبَأَ ابْنَيْ آدَمَ بِالْحَقِّ إِذْ قَرَّبا قُرْباناً فَتُقُبِّلَ مِنْ أَحَدِهِما وَ لَمْ يُتَقَبَّلْ مِنَ الْآخَرِ قالَ لَأَقْتُلَنَّکَ قالَ إِنَّما يَتَقَبَّلُ اللَّهُ مِنَ الْمُتَّقينَ / لَئِنْ بَسَطْتَ إِلَيَّ يَدَکَ لِتَقْتُلَني‏ ما أَنَا بِباسِطٍ يَدِيَ إِلَيْکَ لِأَقْتُلَکَ إِنِّي أَخافُ اللَّهَ رَبَّ الْعالَمينَ

“และเจ้าจงอ่านให้พวกเขาฟัง ซึ่งข่าวคราวเกี่ยวกับบุตรชายสองคน ของอาดัมตามความเป็นจริง ขณะที่ทั้งสองได้กระทำการพลีซึ่งสิ่งพลี อยู่นั้น แล้วสิ่งพลีนั้นก็ถูกรับจากคนหนึ่งในสองคนและมันมิไสด้ถูกรับจากอีกคนหนึ่งเขาจึงได้กล่าวว่า แน่นอนข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้เขากล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงรับจากหมู่ผู้มีความยำเกรงเท่านั้น หากท่านยื่นมือของท่านมายังฉันเพื่อจะฆ่าฉัน ฉันก็จะไม่ยื่นมือของฉันไปยังท่าน เพื่อจะฆ่าท่าน แท้จริงฉันกลัวอัลลอฮ์ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก”

การรับรู้เรื่องราวเหล่านี้จะทำให้จิตใต้สำนึกของมนุษย์ตื่นขึ้นต่อต้านการฆ่าผู้บริสุทธิ์ทุกรูปแบบพร้อมกันนั้นยังเพิ่มพลังในความตักวาและความอดทนให้มนุษย์ด้วย ด้วยเหตุนี้เองกุรอานกล่าวถึงเป้าหมายอันสูงส่งของการนำเสนอเรื่องเล่าของบุตรนบีอาดัมไว้ในโองการถัดมาว่า

مِنْ أَجْلِ ذلِکَ کَتَبْنا عَلي‏ بَني‏ إِسْرائيلَ أَنَّهُ مَنْ قَتَلَ نَفْساً بِغَيْرِ نَفْسٍ أَوْ فَسادٍ فِي الْأَرْضِ فَکَأَنَّما قَتَلَ النَّاسَ جَميعاً وَ مَنْ أَحْياها فَکَأَنَّما أَحْيَا النَّاسَ جَميعاً

“เนื่องจากเหตุนี้เอง เราจึงได้บัญญัติแก่วงศ์วาน อิสรออีลว่า แท้จริงผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยมิใช่เป็นการชดเชยอีกชีวิตหนึ่ง หรือมิใช่เนื่องจากกการบ่อนทำลายในแผ่นดินแล้วก็ประหนึ่ง่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล และแท้จริงนั้นบรรดาร่อซูลของเราได้นำหลักฐานต่าง ๆ อันชัดแจ้งมายังพวกเขาแล้ว แล้วได้มีจำนวนมากมายในหมู่พวกเขาเป็นผู้ฟุ่มเฟือยในแผ่นดิน”

บางครั้งนำเสอนคุณสมบัติและบุคลิกภาพที่น่ารังเกียจของผู้คนในประวัติศาสตร์ให้ผู้ฟังได้รับรู้เช่นเรื่องราวของฮาบีลกับกอบีล หรือ เรื่องราวของ อัซฮาบุลอุคดู๊ด กลุ่มชนนบีลูฏ พวกซะมูด ฟิรอูนและนัมรูดซึ่งเหล่านี้เป็นอุทธาหรณ์สำหรับผู้อ่านกุรอานได้เป็นอย่างดี และนำเรื่องราวที่ทำให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงคุณลักษณะอันงดงามของผู้คนในอดีตเช่นเรื่องราวของ ชาวถ้ำ ชายมุอ์มินในซูเราะฮ์ยาซีน และเรื่องราวของบรรดาศาสนทูตเช่น นบียูซุฟ มูซา อิบรอฮีมและศาสนทูตท่านสุดท้ายคือท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อล ฯ) เพื่อให้พฤติกรรมของคนเหล่านี้เป็นแนวทางและเป็นต้นแบบสำหรับผู้ที่แสวงหาสัจธรรมทั้งหลาย

ด้วยเหตุนี้เองจะเห็นว่าหลังจากเล่าเรื่องราวมากมายของท่านนบีอิบรอฮีมแล้วกุรอานจะนำเสนอให้เห็นถึงคุณลักษณะที่ต่าง ๆ เช่นความบริสุทธิ์ใจและความเชื่อมั่นอย่างสมบูรณ์แบบ การให้อภัยและความอดทนของมนุษย์ผู้สูงส่งด้วย และยังนำเสนอให้ท่านนบีอิบรอฮีมเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติโดยกล่าวว่า

قَدْ کَانَتْ لَکُمْ أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ فِی إِبْرَاهِیمَ وَالَّذِینَ مَعَهُ

“แน่นอนได้มีแบบอย่างอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้วใน (ตัว) อิบรอฮีม และบรรดา (มุอฺมิน) ผู้ที่อยู่ร่วมกับเขา”

ในทำนองเดียวกันนี้กุรอานยังกล่าวถึงท่านศาสดามุฮัมมัดว่า

لَقَدْ کَانَ لَکُمْ فِی رَسُولِ اللَّهِ أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ

“โดยแน่นอน ในร่อซูลของอัลลอฮฺมีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว”

สรุปเนื้อหา

  • เรื่องเล่าในกุรอานถูกนำเสนอในรูปแบบที่ว่า เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการเล่าเรื่องคือการนำเสนคำสอนจะต้องไม่ถูกบดบังด้วยองค์ประกอบใดเลย
  • วัตถุประสงค์สำคัญของการเล่าเรื่องในอัลกุรอานคือ ให้อุทธาหรณ์สอนใจ ให้รูปแบบปฏิบัติโดยผ่านคุณลักษณะของตัวละคร เสริมสร้างศรัทธาและทำให้ผู้อ่านรู้จักกับซุนนะฮ์ของอัลลอฮ์
  • การเล่าเรื่องราวของบรรพชนในอดีตในกุรอานเพื่อให้เป็นอุทธาหรณ์และให้ผู้ฟังเข้าใจว่าชีวิตของตนในปัจจุบันไม่แตกต่างกับบรรพชนรุ่นก่อนเลยและให้รู้ว่าหากปฏิบัติไม่ดีเหมือนคนรุ่นก่อนก็จะประสพกับชะตากรรมเช่นเดียวกับคนเหล่านั้นด้วย
  • ในเรื่องเล่ากุรอานจะนำเสนอตัวละครที่เป็นทั้งคนดีและคนเลวเพื่อให้เป็นแบบฉบับกับให้กับผู้อ่านได้เลือกสรร

คำถามท้ายบท

  • วัตถุประสงค์ในการเล่าเรื่องของกุรอานคืออะไร ?
  • อิบเราะฮ์ หมายถึงอะไร ?
  • ทำอย่างไรที่จะให้เราได้รับอุทธาหรณ์จากเรื่องราวของบรรพชน ?
  • จงนำเสนอตัวอย่างเรื่องราวที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นอุทธาหร์สอนใจมา 1 เรื่อง ?
  • ในเรื่องเล่ากุรอาน วาดให้เห็นภาพของชนต้นแบบไว้อย่างไร ?

 

Filed under: บทเรียน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: